Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

หากคิดจะใช้เวลาชั่วชีวิตกับใครสักคนคุณควรจะแน่ใจว่าเขาคนนั้น ….
1.ควรจะเป็นคนที่คุณรู้สึกพอใจในตัวเขาในหลายๆด้าน
2.มีทัศนคติตรงกัน หรือพูดกันรู้เรื่อง
3.มีความรู้สึกชื่นชมยกย่องซึ่งกันและกัน แม้ว่าจะทำงานคนละด้านหรือ มีการศึกษาที่แตกต่างกัน ก็ตาม
4.มีเหตุผล พูดจาปรึกษาหารือกันได้ไม่ใช้แต่อารมณ์อย่างเดียว
5.ขยัน เป็นสิ่งสำคัญมากเพราะมีส่วนช่วยสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตคู่และอนาคตข้างหน้า
6.ปรารถนาดีต่อกัน หรือจริงใจต่อกัน ข้อนี้ต้องดูกันนานหน่อยค่ะกว่าจะรู้ว่าไม่ได้เสแสร้ง หรือหวังผลประโยชน์จากเรา
7.อายุก็มีความสำคัญ เพราะจะทำให้มีประสบการณ์ชีวิตมากขึ้น มีความอดทน และมีความพร้อมมากขึ้น
8. มีสุขภาพกายที่ดี หมายถึงแข็งแรงและมีสุขภาพอนามัยที่ดี
9.มีสุขภาพจิตดี ปรับตัวเข้ากับคนและสิ่งแวดล้อมได้ ไม่มองโลกในแง่ร้าย
10.ควรมีพื้นฐานทางฐานะพอที่จะพึ่งตนเองได้เพื่อที่จะได้ไม่เกิด ปัญหากับชีวิตคู่ในอนาคต
11.มีความรักต่อกัน ข้อนี้คงจะรู้กันได้ถ้าพบคนที่คุณถูกใจ
12.เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ปรึกษาปัญหากันได้
13.มี ความรู้ และความคิด เพียงพอที่จะช่วยกัน พลิกแพลงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ โดยไม่ถอนตัวหนีหายไปไหน ข้อนี้อาจจะมองยากหน่อย แต่ก็ถือเป็นขั้นสุดของสังคมยุคนี้แล้วหละ

คิดไว้ว่าจะลาออกจากงาน แล้วก้อมานั่งคิดอีกว่า เออแล้วจะไปทำอะไรดี นอกจากกรีดยางในสวนตัวเอง ก้อเลยหาข้อมูลดูว่าเราจะทำอะไรได้มั่ง เออมันก้อมีเยอะเหมือนกันนี่หว่า คนที่มีอยู่บ้านทำสวนเอง อยู่แบบพอเพียง บางคนมีที่แค่สองงาน ปลดหนี้หลักแสนได้ บางคนที่ 1 ไร่ ปลูกโน่นปลูกนี่แบบผสมผสานก้อได้ปีนึง เป็นแสนเหมือนกัน แล้วมานั่นคิดเราก้อมีที่นี่หว่าเยอะกว่าเค้าด้วย นั่งเป็นลูกจ้างเค้าอย่างนี้ แล้วนานไปกลับไปบ้านจะทำสวนไหวมั้ยเนี่ยตอนแก่ตัวลง หรือจะอยู่ไม่ถึงแก่หว่า

ก้อเลยมานั่งคิดดูข้อมูลว่าเราจะทำอะไรดีหว่า ได้ข้อสรุปดังนี้ที่จะไปทดลอง ในสวนยาง 9 ไร่

1.ปลูกไผ่ตงลืมแล้ง ระยะห่างระหว่างต้น 5 เมตรกับไผ่บงหวาน ระยะห่างระหว่างต้นสี่เมตรสลับแถวกันกลางร่องยาง ผลผลิตตามข้อมูล 8-9 เดือน เราคิดว่าประมาณปีนิดๆ ช้ากว่านิดนึงเพราะปลูกในสวนยาง
2. ปลูกผักหวานป่ากับผักเหลียงคู่กันไปในร่องยางระยะห่าง 2 เมตร ผลผลิตน่าจะประมาณปีครึ่ง ถึงสองปี ได้ผลผลิต
3. ปลูกถั่วพร้าในที่ว่างที่เหลือ พอออกดอกก้อตัดทิ้งให้เป็นปุ๋ยบำรุงสวน
4.หาวิธีใช้ปุ๋ยเคมีให้น้อยที่สุด พยายามใช้ธรรมชาติปรับปรุงดิน อันนี้ต้องใช้เวลา แต่ว่าหนึ่งปีน่าจะพอ สำหรับการเตรียมการเรื่องนี้

และแล้วก็ถึงเวลา   และแล้วเธอก็ต้องไป     ฉันก็เข้าใจที่เธอเลือกเดิน
ฝืนยิ้มด้วยความยินดี   ทั้งที่เจ็บปวดเหลือเกิน    ได้แต่ยืนมองเธอเดินไปกับเขา

รัก ~  แม้รักยังไงก็รัก  ได้เพียงหัวใจ   สุดท้ายต้องยอมปล่อยเธอไปกับเขา

จากนี้   เธอคงไปดี   ก็ขอให้เธอจงสุขสบาย   เธอจงเดินไปตามความฝันของเธอที่เธอตั้งใจ
แม้จะต้องเสียใจ   แต่ฉันจะรับไปไว้เอง    อย่างน้อย   เธอก็ทำให้ฉันรู้ว่าเคยมีความสุขเพียงใด
ได้เป็นคนที่เธอเคยรักก็ดีแค่ไหน   ฉันต้องยอมเข้าใจ   เกิดมาแค่เพียงได้รักกัน
สุดท้ายไม่เป็นอย่างฝันฉันยอมทำใจ …

ชีวิตที่เราเคยมี   แขวนไว้บนด้ายบางๆ   ไม่รู้ว่ามันจะขาดเมื่อไหร่
เมื่อเธอเจอทางทีดี   เธออยากมีชีวิตใหม่  ไม่ผิดอะไรเมื่อเธอต้องเลือกเขา

รัก ~ แม้รักยังไงก็รัก   ได้เพียงหัวใจ  สุดท้ายต้องยอมเป็นคนที่ปวดร้าว

จากนี้  เธอคงไปดี   ก็ขอให้เธอจงสุขสบาย   เธอจงเดินไปตามความฝันของเธอที่เธอตั้งใจ
แม้จะต้องเสียใจ   แต่ฉันจะรับไปไว้เอง   อย่างน้อย   เธอก็ทำให้ฉันรู้ว่าเคยมีความสุขเพียงใด
ได้เป็นคนที่เธอเคยรักก็ดีแค่ไหน   ฉันต้องยอมเข้าใจ   เกิดมาแค่เพียงได้รักกัน
สุดท้ายไม่เป็นอย่างฝันฉันยอมทำใจ …

~~~~~~~~~~ เกิดมาแค่เพียงได้รักกัน สุดท้ายชีวิตของฉันก็ไม่มีใคร ~~~~~~~~~~

http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=5b4124984d41fd03&table=%2Fguru%2Flabel%3Flid%3D3da39f83aa863cb4%26sort%3Dwsmopts%26order%3Dwsnod%26start%3D20%26tab%3Dwtmtoo

1. เอาแต่ใจ ตัวเอง
2. ทำตัวเป็นเจ้าของ มากเกินไป
3. หึง แบบไร้ขีดจำกัด
4. บอกเลิกทุกครั้ง ที่ทะเลาะ
5. ไปเจ๊าะแจ๊ะ กับคนอื่น
6. เชื่อเพื่อน มากเกินไป
7. โกรธแล้ว ไม่พูดด้วย
8. นัดแล้ว ไม่เป็นนัด
9. พูดจาข่มกัน ต่อหน้าคนอื่น
10. โกหก

ความหลง คงเป็นอาการ ไม่ลืมหูลืมตา ไม่สนเหตุผล ผิดถูกใดๆ

ความรัก น่าจะละเมียดละไม มากกว่า มันจะอิ่มเอิบใจเมื่อเห็นคนที่เรารักมีความสุข แม้เราอาจจะไม่ได้โดนรักตอบ

ในขณะที่ความหลง น่าจะมีความต้องการเข้าครอบครอง เป็นเจ้าของ ผสมอยู่ด้วย

ความ ผูกพัน น่าจะเป็นผลต่อเนื่องของความรัก ที่มันดำเนินมาเป็นระยะเวลานานพอควร เราได้เจอ ได้สัมผัส ได้เห็น สิ่งที่เรารักอยู่เป็นประจำ ก็น่าจะกลายเป็นความผูกพันนะครับ

๑๐ วิธีทำบุญ ให้ได้บุญ

คนไทยเรานั้นเป็นพวกที่ชอบทำบุญ แต่บุญที่ทำกันเป็นส่วนใหญ่มักจะเป็นการบริจาคเงินหรือปัจจัยในโอกาสต่างๆ  เช่น ช่วยไถ่ชีวิตโค-กระบือ  ซื้อโลงศพ ช่วยบูรณะปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม สร้างห้องส้วมให้โรงเรียน  หรือช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้แม้ดูเหมือนว่าจะเป็นการทำบุญที่หลากหลาย  แต่โดยแท้จริงแล้วก็ยังอยู่ในเรื่อง “ให้ทาน” เป็นหลัก  แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีโอกาสทำทานดังกล่าวด้วยซ้ำ  ครั้นจะทำบุญใส่บาตรหรือไปวัดใกล้บ้าน  ข่าวในทางลบของพวกอลัชชีก็ทำให้หลายคนเสื่อมศรัทธา และห่างเหินจากการทำบุญไปมาก  จนหลายคนเกิดปริวิตกว่า การที่ตนไม่ค่อยทำบุญเลยเช่นนี้  เกิดชาติหน้าหรือภายหน้าชีวิตคงต้องตกระกำลำบากกว่าคนที่ชอบทำบุญให้ทาน ประจำเป็นแน่  ซึ่งความเข้าใจข้างต้นก็มีส่วนถูกอยู่บ้าง แต่มิใช่ทั้งหมด เพราะการ “ทำบุญ” ในทางพุทธศาสนาไม่ได้มีเพียงการให้ทานหรือทำบุญกับพระและวัดเท่านั้น  แต่ยังสามารถทำได้ถึง ๑๐ วิธีด้วยกัน ซึ่งแต่ละวิธีเป็นอย่างไร กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ขอนำมาเล่าสู่กันฟังและขอเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนทุกคนได้สร้างกุศล(สิ่งที่ ดี ที่ชอบ และฉลาด)ที่ทำได้ตลอดเวลา ดังต่อไปนี้
                  ก่อนอื่น มารู้จักความหมายของคำว่า “บุญ” เสียก่อน คำว่า “บุญ” โดยทั่วไปหมายถึง การกระทำความดี มาจากภาษาบาลีว่า “ปุญญะ” แปลว่า เครื่องชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์  ดังนั้น บุญจึงเป็นเสมือนเครื่องกำจัดสิ่งเศร้าหมองที่เราเรียกกันว่า “กิเลส” ให้ออกไปจากใจ  บุญจะช่วยให้เราลด ละ เลิกความโลภ ความเห็นแก่ตัว ความมีจิตใจคับแคบ อันเป็นสาเหตุให้เกิดความทุกข์ต่างๆนานา  และช่วยให้ใจเป็นอิสระ พร้อมจะก้าวไปสู่การทำคุณงามความดีในขั้นต่อๆไป เป็นการยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น ทำให้เกิดความอิ่มเอิบใจ มีความสุข   และเป็นความสุขที่สงบและยั่งยืน ในขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้ปฏิบัติเป็นบุคคลที่มีคุณธรรม น่าเคารพยกย่อง เพราะถือว่าเป็น “คนดี” นั่นเอง
                  ในทางพระพุทธศาสนา  การทำบุญมีด้วยกัน ๑๐ วิธี  เรียกว่า “บุญกิริยาวัตถุ ๑๐” หรือ สิ่งอันเป็นที่ตั้งแห่งการทำบุญ ๑๐ ประการ  ได้แก่

                  ๑.ให้ทาน หรือ ทานมัย อันหมายถึง การให้  การสละ หรือการเผื่อแผ่แบ่งปัน ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ข้าวของเครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใด และไม่ว่าจะให้แก่ใครก็ถือเป็นบุญทั้งสิ้น  เพราะการให้ทานเป็นการลดความเห็นแก่ตัว  ความตระหนี่ถี่เหนียว และความคับแคบในจิตใจให้น้อยลง  ทำให้เราไม่ยึดติดในวัตถุสิ่งของ อีกทั้งสิ่งที่เราบริจาคหรือให้ทานแก่ผู้อื่นก็จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และเป็นประโยชน์ต่อผู้รับและสังคมโดยส่วนรวม การให้ทานนี้อยู่ที่ไหนๆก็ทำได้ และไม่จำเป็นต้องเงิน  เช่น การแบ่งของกินให้กับแม่บ้านที่ทำงานหรือยาม เป็นต้น ข้อสำคัญ  สิ่งที่บริจาคหรือให้ทานแก่ผู้อื่นควรเป็นสิ่งยังใช้ได้ มิใช่เป็นการกำจัดของเหลือใช้ที่หมดอายุ หมดคุณภาพให้ผู้อื่น  ผลการให้ทานดังกล่าวจะทำให้ผู้ปฏิบัติเกิดความปีติอิ่มเอิบใจ 

                ๒.รักษาศีล หรือ สีลมัย  คำว่า ศีล หมายถึง ข้อบัญญัติทางพระพุทธศาสนาที่กำหนดการปฏิบัติทางกายและวาจา  เช่น ศีล ๕  ศีล ๘ หรืออาจจะหมายถึงการรักษากายวาจาให้เรียบร้อย การรักษาศีลเป็นการฝึกฝนมิให้ไปเบียดเบียนผู้อื่น ในขณะเดียวกันก็เป็นการลด ละ เลิกความชั่ว  มุ่งให้กระทำความดี อันเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตมิให้ตกต่ำลง  เช่น ไม่ไปเป็นชู้เป็นกิ๊กกับใครที่ทำงาน ทำให้ครอบครัวเขาไม่แตกแยก  เป็นแม่ค้าไม่โกหกหลอกขายของไม่ดีแก่ลูกค้า  เป็นพ่อบ้านไม่กินเหล้าเมายา ทำให้ลูกเมียมีความสุข เพื่อนบ้านก็สุข เพราะไม่ต้องทนฟังเสียงรบกวนจากการทะเลาะวิวาทกัน เหล่านี้ล้วนเป็นการรักษาศีลและเป็นหนึ่งในการทำบุญอีกรูปแบบหนึ่ง  ซึ่งผลบุญข้อนี้จะทำให้เรากลายเป็นคนเยือกเย็น  สุขุมด้วย

                  ๓.เจริญภาวนา หรือภาวนามัย เป็นการทำบุญอีกรูปแบบที่มุ่งพัฒนาจิตใจและปัญญา ทำให้จิตใจสงบ เห็นคุณค่าสิ่งต่างๆตามความเป็นจริง ซึ่งในข้อนี้หลายคนอาจจะทำเป็นประจำอยู่แล้ว เช่น นั่งสมาธิ วิปัสสนา แต่หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องยากเกินกำลัง ดังนั้น อาจจะทำง่ายๆด้วยวิธีการสวดมนต์เป็นคาถาสั้นๆบูชาพระที่เราเคารพบูชาก่อนนอน ทุกคืน เช่น คาถาพระพุทธเจ้าชนะมาร คาถาหลวงปู่ทวด เป็นต้น การสวดมนต์เป็นประจำอย่างน้อยก็เป็นการน้อมนำจิตใจของเราไปสู่สิ่งที่เป็น มงคลในชีวิต เป็นการเตือนสติให้เรายึดมั่นในการประพฤติปฏิบัติชอบตามสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ เรานับถือ และผลบุญข้อนี้จะทำให้เกิดปัญญาแก่ผู้ปฏิบัติ 

                  ๔.การอ่อนน้อมถ่อมตน หรือ อปจายนมัย หลายคนคงคิดไม่ถึงว่า การประพฤติตนเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนจะถือเป็นบุญอย่างหนึ่ง ทั้งนี้ ก็เพราะว่าการอ่อนน้อมถ่อมตนไม่ว่าจะเป็นผู้น้อยประพฤติต่อผู้ใหญ่  และการที่ผู้ใหญ่แสดงตอบด้วยความเมตตา  หรือการอ่อนน้อมต่อผู้มีคุณธรรม  รวมถึงการให้เกียรติ ให้ความเคารพต่อความคิด ความเชื่อ และวิถีปฏิบัติของบุคคลหรือสังคมอื่นที่แตกต่างจากเรานั้นเป็นการลดความยึด มั่นถือมั่นในความเป็นตัวตนของเรา  ช่วยให้สังคมทุกระดับเกิดความเข้าใจต่อกัน และช่วยให้ชาติบ้านเมืองเกิดความสงบสุข จึงถือเป็นบุญอย่างหนึ่ง ผลบุญข้อนี้จะทำให้เกิดความเมตตาต่อกัน 

                  ๕.การช่วยขวนขวายทำในกิจที่ชอบ หรือไวยาวัจจมัย พูดง่ายๆว่า เป็นการให้ความช่วยเหลือแก่สังคมรอบข้างในการทำกิจกรรมความดีต่างๆ เช่น ช่วยพ่อแม่ค้าขายไม่นิ่งดูดาย ช่วยสอดส่องดูแลบ้านให้เพื่อนบ้านยามที่เขาต้องไปธุระต่างจังหวัด ช่วยงานเพื่อนที่ทำงานให้แล้วเสร็จทันเวลา  ให้กำลังใจแก่เพื่อนที่มีความทุกข์ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ถือเป็นบุญอีกแบบหนึ่ง และผลบุญในข้อนี้ก็จะช่วยให้เกิดความรักความสามัคคีขึ้นด้วย 

                  ๖.การให้ผู้อื่นมาร่วมทำบุญกับเรา หรือ ปัตติทานมัย กล่าวคือ ไม่ว่าจะทำบุญอะไร ก็เปิดโอกาสให้คนอื่นได้มาร่วมทำบุญด้วย ไม่ขี้เหนียวหรืองกบุญเพราะอยากได้บุญใหญ่ไว้คนเดียว เช่น จะทำบุญสร้างระฆัง ก็ให้คนอื่นได้ร่วมสร้างด้วย ไม่คิดจะทำเพียงคนเดียว เพราะคิดว่าทำบุญระฆังจะได้กุศลกลายเป็นคนเด่นคนดัง เลยอยากดังเดี่ยว ไม่อยากให้ใครมาร่วมด้วย เป็นต้น นอกจากนี้ การเปิดโอกาสให้คนอื่นมาร่วมทำงาน  ร่วมแสดงความคิดเห็น รวมไปถึงการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ก็ถือเป็นการทำบุญในข้อนี้ด้วย ผลบุญดังกล่าวจะช่วยให้เราเป็นคนใจกว้าง และปราศจากอคติต่างๆ เพราะพร้อมเปิดใจรับผู้อื่น 

                  ๗.การอนุโมทนาส่วนบุญ หรือ ปัตตานุโมทนามัย คือ  การยอมรับหรือยินดีในการทำความดีหรือทำบุญของผู้อื่น  เมื่อใครไปทำบุญมาก็รู้สึกชื่นชมยินดีไปด้วย โดยไม่คิดอิจฉาหรือระแวงสงสัยในการทำความดีของผู้อื่น เช่น เพื่อนเดินทางไปสักการะสังเวชนียสถานมา ก็ร่วมอนุโมทนาที่เขามีโอกาสได้ไปทำบุญในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ไม่อิจฉาเขา แม้เราไม่ได้ไป ก็อย่าไปคิดอกุศลว่าเขาได้ไปเพราะชู้รักออกเงินให้ เป็นต้น  การไม่คิดในแง่ร้ายจะทำให้เรามีจิตใจไม่เศร้าหมอง แต่จะแช่มชื่นอยู่เสมอเพราะได้ยินดีกับกุศลผลบุญต่างๆอยู่ตลอดเวลา แม้จะมิได้ทำเองโดยตรงก็ตาม 

                  ๘.การฟังธรรม หรือ ธรรมสวนมัย การฟังธรรมจะทำให้เราได้ฟังเรืองที่ดีมีประโยชน์ทั้งต่อสติปัญญา และการดำเนินชีวิต  ซึ่งการฟังธรรมนี้ไม่จำเป็นต้องไปฟังที่วัดหรือจากพระท่านโดยตรง  แต่อาจจะฟังจากเทป ซีดี หรือเป็นการฟังจากผู้รู้ต่างๆ  และธรรมในที่นี้ก็มิได้หมายถึงแต่เฉพาะหลักธรรมในทางศาสนาเท่านั้น  แต่ยังหมายรวมไปถึงเรื่องจริง เรื่องดีๆที่ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้และปัญญา ผลบุญข้อนี้จะทำให้ผู้ฟังเกิดการรู้แจ้งเห็นจริงยิ่งขึ้น 

                  ๙.การแสดงธรรม หรือ ธรรมเทศนามัย  คือการให้ธรรมะหรือข้อคิดที่ดีๆแก่ผู้อื่น ด้วยการนำธรรมะหรือเรื่องดีๆที่เป็นประโยชน์ไปบอกต่อ หรือให้คำแนะนำให้เขาได้รู้จักวิธีการดำเนินชีวิตที่ดี เช่น สอนวิธีการทำงานให้   แนะหลักธรรมที่ดีที่เราได้ยินได้ฟังมาและปฏิบัติได้ผลแก่เพื่อนๆ  เป็นต้น ผลบุญในข้อนี้นอกจากจะทำให้ผู้อื่นได้รับรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์แล้ว ยังทำให้ผู้บอกกล่าวได้รับการยกย่องสรรเสริญอีกด้วย 

                  ๑๐.การทำความเห็นให้ถูกต้อง เหมาะสม หรือ ทิฏฐุชุกรรม คือ การไม่ถือทิฐิ  เอาแต่ความคิดเห็นของตนเป็นใหญ่  แต่ให้รู้จักแก้ไข ปรับปรุงพัฒนาความคิดเห็น และความเข้าใจในเรื่องต่างๆให้ถูกต้องตามธรรมอยู่เสมอ  หรือจะพูดง่ายๆว่า ให้คิดและประพฤติตนให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมก็ได้ ซึ่งข้อนี้แม้จะเป็นข้อสุดท้ายแต่ก็สำคัญยิ่ง เพราะไม่ว่าจะทำบุญใดทั้ง ๙ ข้อที่กล่าวมา หากมิได้ตั้งอยู่ในทำนองคลองธรรม การทำบุญนั้นก็ไม่บริสุทธิ์และให้ผลได้ไม่เต็มที่ ดังจะได้กล่าวถึงเกณฑ์การวัดบุญต่อไป 

                  สำหรับการทำบุญที่จะให้ได้ผลบุญมากหรือน้อยนั้น มีหลักเกณฑ์อยู่ ๓ ประการคือ ๑.ผู้รับ จะต้องเป็นผู้มีศีล มีคุณธรรมความดี  แต่ไม่จำเป็นจะต้องเป็นพระสงฆ์หรือนักบวช จะเป็นคนทั่วไปก็ได้ ถ้าผู้รับดี ผู้ทำก็ได้บุญมาก หากผู้รับไม่ดี ก็อาจจะทำให้เราได้บุญน้อย เพราะเขาอาจอาศัยผลบุญของเราไปทำชั่วได้ เช่น ให้เงินช่วยเหลือเพื่อนๆกลับเอาไปปล่อยกู้   สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น  เป็นต้น ๒.วัตถุสิ่งของที่ให้ต้องบริสุทธิ์หรือได้มาโดยสุจริต เป็นของที่เหมาะและมีประโยชน์ต่อผู้รับ เช่น ให้เสื้อผ้าของเล่นแก่เด็กกำพร้า เป็นต้น ของที่ให้ดีผู้ทำก็ได้บุญมาก หากได้มาโดยทุจริต แม้จะเอาไปทำบุญก็ได้บุญน้อย ๓.ผู้ให้ ต้องมีศีลมีธรรมและมีเจตนาที่เป็นบุญกุศลในการทำ  จึงจะได้บุญมาก นอกจากนี้เจตนาหรือจิตใจในขณะทำบุญก็เป็นองค์ประกอบสำคัญกล่าวคือ ก่อนให้ ขณะให้ และหลังให้  หากผู้ให้มีความตั้งใจดี  ตั้งใจทำ  เมื่อทำแล้วก็เบิกบานใจ คิดถึงบุญกุศลที่ได้ทำเมื่อใดจิตใจก็ผ่องใสเมื่อนั้น เช่นนี้ก็จะทำให้ผู้ทำได้บุญมาก  ถ้าไม่รู้สึกเช่นนั้น บุญก็ลดน้อยถอยลงตามเจตนา

                  ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ จะเห็นได้ว่า ใครก็ตามแม้จะไม่มีโอกาส “ให้ทาน” อันเป็นการทำบุญที่ง่าย และเป็นรูปธรรมที่สุด แต่เราทุกคนก็สามารถเลือกทำบุญในลักษณะอื่นๆได้อีกถึง ๙ วิธี และเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก เช่น การอ่อนน้อมถ่อมตน การช่วยเหลือแนะนำน้องๆที่ทำงาน การไม่ถือทิฐิหรือดื้อหัวชนฝา  การร่วมยินดีกับการทำบุญของเพื่อน เป็นต้น เพียงแค่นี้ก็เห็นผลทันตาแล้ว คือ ความอ่อนน้อมถ่อมตนทำให้ผู้ใหญ่เมตตาต่อเรา  การช่วยเหลือเพื่อนฝูงทำให้ไปไหนเพื่อนๆก็รักใคร่ ยินดีต้อนรับ 
                  ดังนั้น   เริ่มต้นทำ “บุญ” เมื่อใด   บุญก็ส่งให้เห็น “ผล”เ มื่อนั้น 

ที่มา http://www.intaram.org/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&WBntype=1&Category=intaramorg&thispage=1&No=1295305

มันก็ไม่ผิดหรอก ถ้าเห็นสมควรแล้ว
แต่ต้องคิดให้ดีๆว่า ที่เลิกกับแฟนเก่าเพราะอะไร
ประวัติศาสตร์จะได้ไม่ซ้ำรอย

ดีค่ะ บี เองก็เคยมีประสบการณ์อย่างนี้เหมือนกันนะ..ทุกวันนี้บี อายุ 33 แล้ว บี ดีใจมากค่ะ ทุกวันนี้เขารักเราแลดูแลครอบครัวดีมากเลยๆ รักลูก รักเรา บีดีใจที่ตัดสินใจไม่ผิดในวันนั้น ถ้าเค้าไม่กลับมาหาบีอีกครั้งบีก็คงไม่มีวันนี้เหมือน ถ้าถามว่า “ถ้าเลิกกะแฟนคนปัจจุบัน แล้วไปคบแฟนเก่า จะผิดมั้ย” มันไม่ผิด หรอกค่ะ การที่เราเลิกกับแฟนเก่า ของเรามันคงมีเหตุผลอยู่แล้ว อาจจะเพราะเขายังไม่รู้ใจ ตัวเองถ้าวันหนึ่งเขารู้ใจตัวเองว่า เขารักคุณที่สุดในหัวใจเค้าบอกกับคุณ ว่าเค้าจะกับตัวกลับใจเป็นคนใหม่เพื่อคุณ แล้วคุณลองถามตัวเองซิค่ะ ว่าคุณรัก เขาไหม. แล้วคุณรักคนทีอยู่ด้วยปัจจุบันเหรือไม่ ถ้าคุณตอบว่า”คุณรักคนเก่ามาก” คุณ 2 คน รู้ดีค่ะ เพราะคุณเคยคบกันมา คุณนิสัยยังงัย เขานิสัยยังงัย ไม่มีใครตอบแทนคุณได้หรอกน่ะ นอกจากตัวคุณเอง  คุณก็จงทำตามสิ่ง ที่ใจตัวเองต้องการเถอะค่ะ อย่าทนอยู่อย่างเจ็บปวด เพราะชีวิตยังอีกยาวนัก ยิ่งคุณยังไม่ได้แต่งงาน คุณจงเลือกคุ่ครองของคุณที่จะใช้ชีวิตกับเขา ไปตลอดชีวิต จริงไหมค่ะ สู้ๆๆ ค่ะ บีเป็นกำลังใจให้ขอให้โชคดีค่ะ

ที่มา http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=03ded433cc9ffee0&table=%2Fguru%2Fsearch%3Fq%3D%25E0%25B8%2596%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%259F%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599%2B%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%259A%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%259F%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%2B%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%259C%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25A2